alt งานอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ศูนย์บริการวิชาการ วิทยาเขตร้อยเอ็ด  จะได้จัดโครงการอนุรักษ์ประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๕๔

หลักการและเหตุผล 

จากอดีตจนถึงปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมที่ประกอบไปด้วยการอยู่ร่วมกันของคนหลายๆ กลุ่ม หลายๆภาษา หลายๆวัฒนธรรม และสังคมไทยส่วนใหญ่ก็เป็นสังคมที่เกิดจากสถาบันหลักคือสถาบันครอบครัว และลักษณะของครอบครัวไทยก็เป็นครอบครัวขนาดใหญ่อันประกอบไปด้วย ญาติผู้ใหญ่ บิดา มารดา ลูก หลาน จึงทำให้เกิดความผูกพัน และปลูกฝังให้เคารพในผู้อาวุโส หรือผู้สูงอายุ แม้ว่าในสมัยปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัวจะเป็นความสัมพันธ์แบบสมัยใหม่เพราะเหตุปัจจัยด้านสังคม เศรษฐกิจได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิต หรือแม้แต่สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ในด้านของความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวยังมีความผูกพันกันเช่นเดิม หรือในบางครั้งความจำเป็นด้านสังคมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่อาศัย เช่นการศึกษา การประกอบอาชีพ ส่งผลให้มีเปลี่ยนแปลงที่อาศัยอยู่ก็จริง แต่ในด้านจิตใต้สำนึกหรือการถูกปลูกฝังจากบรรพชนในเรื่องความกตัญญูรู้คุณ การเคารพนับถือปู่ย่า ตายาย บิดามารดา หรือผู้อาวุโส ในการแสดงออกทางสังคม บางครั้งเวลาหรือโอกาสก็ไม่เอื้ออำนวยที่ทำให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของบรรดาลูกหลานผู้ที่มีภาระทางสังคมที่ต้องรับผิดชอบ หรือในบางโอกาสการคืนสู่ภูมิลำเนาเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบุคคลหรือสถานที่ถิ่นเกิดและเพื่อพบปะญาติมิตร หรือบุพการี ต้องมีเวลาที่จำกัด ภาวะทางสังคมทำให้เร่งรีบ หรือแม้กระทั่งในสังคมที่มีการแข่งขันด้านเศรษฐกิจก็ไม่เอื้ออำนวยในการกลับคืนสู่ภูมิลำเนา รัฐบาลจึงต้องมีการประกาศในโอกาสที่ว่างเว้นจากภาระงาน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้วางแผนที่จะประกอบกิจกรรมด้านครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในแต่ละจังหวัดหรือท้องถิ่นก็รับนโยบายมาปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับภาระงานของจังหวัดในด้านการรณรงค์ รักษาและอนุรักษ์ประพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้รู้ เข้าใจ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง  ซึ่งตามความเชื่อของคนภาคอีสาน เชื่อว่าช่วงเดือนเมษายนหรือเดือนห้า เป็นช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดในหนึ่งปี จึงเป็นช่วงที่ญาติพี่น้องที่ไปทำงานอยู่ต่างถิ่นก็จะกลับบ้านหรือกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติๆ และถือโอกาสขอพรผู้หลักผู้ใหญ่เพราะถือว่าเป็นปีใหม่ของไทยตามความเชื่อในอดีต ในขณะเดียวกันพิธีกรรมที่แสดงออกถึงความปรารถนาดีที่จะให้อยู่เย็นเป็นสุขคือ การสรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระภิกษุ รดน้ำขอพรจากญาติผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู กตเวทิตาและเป็นการรวมญาติไปในตัวเพราะในหนึ่งปีส่วนใหญ่จะกลับภูมิลำเนาครั้งเดียว ดังนั้นกิจกรรมที่เป็นประเพณีของไทยควรได้รับการอนุรักษ์และสืบต่อเกี่ยวกับการจัดงานอนุรักษ์ประเพณีวันสงกรานต์  กิจกรรมขอพรพระเถระและรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในชุมชน

วัตถุประสงค์

                ๑. เพื่อส่งเสริมให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ได้แสดงออกถึงความกตัญญู รู้คุณต่อพระเถระผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

                ๒. เพื่อส่งเสริมให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ได้ทำกิจกรรมสงกรานต์ร่วมกัน

                ๓.  เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของสังคมไทยให้คงอยู่ตลอดไป

เป้าหมายโครงการ/ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ  

                ๑. คณาจารย์/ อาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ/ เจ้าหน้าที่                                          จำนวน     ๕๐ รูป/คน

                ๒. นักศึกษา                                                                                            จำนวน   ๒๐๐ คน

                ๓. ผู้สูงอายุและแขกผู้มีเกียรติ                                                                    จำนวน     ๕๐  คน

                                                                                                                               รวม      ๓๐๐ รูป/คน

สถานที่ดำเนินการ

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย   วิทยาเขตร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด

กิจกรรมที่ดำเนินการ

                ๑. ร่วมถวายเพลพระ

๒.สรงน้ำพระพุทธรูป

๓ .สรงน้ำพระสงฆ์

                .  ขอพรพระเถระผู้ใหญ่

                ๕.  รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

                ๖. สาดน้ำ เล่นน้ำสงกรานต์

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

                ๑. คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ได้แสดงออกถึงความกตัญญู รู้คุณต่อพระเถระผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

                ๒. คณาจารย์-เจ้าหน้าที่  และนักศึกษาได้ทำกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ร่วมกัน

๓.  มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมอนุรักษ์ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ตลอดไป

 

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2011 เวลา 14:48 น.)